เหตุผลที่ผู้หญิงมีกิ๊ก ลองมาดูสิว่า คนเรามีกิ๊กเพราะ


คำว่ากิ๊กเดี๋ยวนี้ถูกใช้บ่อยซะเหลือเกิน ถ้าจะให้หาคำจำกัดความของคำว่ากิ๊ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะมีความหมายประมาณว่า มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ถึงจะเพิ่มระดับจนมากกว่าแฟน ก็ยังเห็นเขาใช้กันว่ากิ๊กอยู่ดี ส่วนคนที่บอกว่าคำนิยามของคำว่ากิ๊ก มันดูเบากว่าคำว่าชู้ ก็เห็นๆ อยู่ว่าทำตัวแบบชู้ซะโฉ่งฉ่างขนาดนั้น ยังเรียกว่ากิ๊กอยู่ได้ เอาเป็นว่าคำว่ากิ๊ก จะแรงหรือไม่แรง จะผิดหรือไม่ผิดก็คงต้องขึ้นอยู่กับคนใช้แล้วล่ะ ว่าสำหรับตัวเรามันแปลว่าอะไร

เมื่อพูดถึงคำว่ากิ๊ก หลายคนมักจะคิดถึงการที่ผู้ชายไปมีกิ๊ก มากกว่าผู้หญิง แต่ขอบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีการจำกัดเพศกันหรอกนะ ผู้หญิงเองก็มีกิ๊กได้ไม่ต่างจากผู้ชายเลย เร็วๆ นี้ นักบำบัดด้านชีวิตและครอบครัว ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาบอกแล้วนะ ว่าผู้หญิงไม่ได้เป็นแม่บ้านที่ต้องคอยทน ให้ผู้ชายโขกสับ จิกหัวใช้แบบในสมัยโบราณแล้ว เพราะสาวๆ ก็มีสถิตินอกใจได้ถึง 55% ซึ่งต่างกับผู้ชายที่ได้ 60% ไปแบบสูสีเลยนะ แล้วสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีกิ๊กคืออะไร วันนี้ Tidtam จะลองเอาเหตุผลส่วนใหญ่ของคุณผู้หญิงมาบอกให้ทุกคนรู้กันค่ะ

ปัญหาชีวิตเซ็กซ์

ถ้าตอนมีอะไรกับแฟนแล้วรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ แต่ดูๆ แล้วแฟนก็เป็นคนดี หน้าที่การงานโอเค นิสัยก็ใช้ได้ แต่ติดอยู่แค่เรื่องบนเตียง จะให้เลิกมันก็กระไรอยู่ ทางเดียวที่พอจะทำได้ก็คือการไปหาความสุขทางชีวิตเซ็กซ์จากข้างนอก เพราะอยู่ที่บ้านมันไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ แล้วเกิดคนใหม่ที่ว่าเกิดลีลาเด็ด แบบที่เราไม่เคยเจอ จะไม่ให้เตลิดได้ไงล่ะจริงมั้ย

แฟนไม่ได้เรื่อง

อันนี้ของข้ามเรื่องเซ็กซ์ไปก่อน ลองมาพูดถึงเรื่องนิสัยส่วนตัวและทัศนติกันบ้าง ถ้าเรื่องบนเตียงโอเค แต่ติดตรงที่นิสัยเข้ากันไม่ได้ แถมยังมีอีกหลายอย่างที่เราอยู่ๆ ไปแล้วรู้สึกไม่แฮปปี้ขึ้นมา บ้างาน ไม่เคยสนใจ เฉยชา ไม่เคยทำอะไรหวานๆ ให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนคู่อื่นๆ เลย แบบนี้ก็เป็นสาเหตุให้ผู้หญิงออกไปหาความสุข และอบอุ่นหัวใจจากชายอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตัวเอง หรือที่เรียกง่ายๆ ว่ามีกิ๊กนี่เอง

อยากหาความตื่นเต้น เหมือนตอนรักใครใหม่ๆ

ผู้หญิงกับผู้ชายที่คบกันไปนานๆ จนถึงจุดๆ หนึ่ง ซึ่งหลายคนเรียกว่าความอิ่มตัว หรือความเคยชินก็แล้วแต่ ที่สำคัญเขายังชอบไปทำท่าเจ้าชู้กับสาวอื่นบ่อยๆ ความรู้สึกโรแมนติกเริ่มจะจางหายไป ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ถ้าเราใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ซ้ำๆ เหมือนทุกวันความรู้สึกพิเศษมันก็จะจางหายไปตามกาลเวลา เมื่อเจอคนที่เข้ามาใหม่ คอยดูแล เทกแคร์และพูดหวานๆ ให้เราเคลิ้ม ใจเรามันก็เผลอไปให้คนๆ นั้นอย่างไม่รู้ตัว

แก้แค้นแฟน

ก็บอกแล้วว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไม่ยอมให้ผู้ชายกดขี่ รังแกได้เหมือนเดิม ถ้าผู้ชายไปมีกิ๊กได้ แล้วทำไมผู้หญิงอย่างเราจะต้องทน ถ้าแฟนเย็นชาไม่ยอมแก้ไขนิสัยเสียๆ แทนที่จะก้มหน้าก้มตารับสภาพ ก็ถึงคราวเราต้องเอาบ้าง แฟนมีกิ๊กได้ เราก็มีกิ๊กได้ จะได้ให้เขารู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่เรามี ตะโกนด่าไปก็คงไม่รู้สึกเท่าให้เขารู้สึกเหมือนที่เรารู้สึก

แฟนเป็นใจให้เรามีกิ๊ก

อันนี้ถึงแม้ว่าฟังดูแปลก แต่มันก็มีจริงๆ เรารู้สึกได้ว่าแฟนก็รู้แต่ไม่เห็นเขาว่าอะไร แล้วก็ปล่อยให้เราทำแบบนั้นมาตั้งนาน จนกลายเป็นความเคยตัว ถ้าคิดว่าแฟนโอเค แล้วทำไมเราต้องหยุด อันนี้ค่อนข้างจะแปลก แต่เรื่องแบบนี้คงต้องลองคิดเอาเองแล้วล่ะ ว่าจะไปต่อ หรือว่าพอแค่นี้

ทำแบบนี้เรียกว่ากิ๊กรึเปล่า

สาวๆ ที่ชอบทำตัวลั้นลา จี๋จ๋ากับคนนั้นที คนโน้นที แต่บอกคนอื่นว่าไม่มีอะไร แค่คุยกันเฉยๆ ไม่ได้มีเซ็กซ์เกินเลยกัน อันนี้ต้องขอบอกว่าคำจำกัดความของคำว่า กิ๊ก สำหรับเธอคนนี้ คงมีความหมายเหมือนคำว่าชู้แน่ๆ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงแล้วแค่คุยเฉยๆ ก็ถือว่าเป็นกิ๊กกันแล้วจ้า ถึงแม้ว่าเราจะพยายามหาคำศัพท์ที่มันดูดี ดูสุภาพขนาดไหน ประมาณว่า เพื่อนคุย เพื่อนแชต เพื่อนในเน็ต อะไรก็ว่าไป สุดท้ายก็กลายเป็นว่าคบซ้อนโดยไม่รู้ตัว ผลจากการศึกษาล่าสุดพบว่า 75% ของผู้ชายที่ต้องการหาแม่ของลูก เขาจะไม่พยายามหาผู้หญิงที่รู้จักจากแอพหรอกนะ มันก็แค่การหาเพื่อนคุยฆ่าเวลาเท่านั้นเอง

หนุ่มๆ หรือสาวๆ คนไหนไม่อยากให้แฟนของตัวเองมีกิ๊ก หรือไม่อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองเผลอตัวเผลอใจไปมีกิ๊ก ก็ให้หมั่นเติมความหวาน และคอยเอาใจใส่คู่ของเราให้ดีๆ แล้วก็ปรับนิสัย จูนเข้าหากันทีละเล็กละน้อย เชื่อว่าความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันอย่างจริงใจ จะสามารถเอาชนะสิ่งล่อหลอกภายนอกได้แน่ๆ แต่ถ้ารู้ตัวว่าใจเราไปแล้วจริงๆ ก็ให้พูดกันตรงๆ เลยจะดีกว่า อย่าปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน จนทำให้เจ็บด้วยกันทุกฝ่ายเลยนะ