ภรรยา 7 ประเภท ที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้


ในสมัยพุทธกาลมีเรื่องราวของ นางสุชาดา ลูกสะใภ้เศรษฐีผู้เอาแต่ใจตัวเอง

สำคัญตนว่าเป็นลูกสาวของตระกูลใหญ่ จึงไม่ยอมก้มหัวให้กับใครๆในครอบครัวสามีแม้กระทั่งปู่และย่า เที่ยวดุด่าเฆี่ยนตีทาสรับใช้ในเรือนของสามีอยู่เป็นประจำ ต่อมาวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เข้าไปฉันที่บ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ขณะที่กำลังแสดงธรรมอยู่นั่นเอง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงตรัสถามท่านเศรษฐี เมื่อเศรษฐีกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว พระองค์จึงรับสั่งให้เรียกนางมาเข้าเฝ้า และตรัสถามนางว่า สุชาดา ภรรยามี 7 จำพวก เธอเป็นภรรยาจำพวกไหน ...

ชายและหญิงที่โคจรมาใช้ชีวิตร่วมกัน นั้น บางคนก็อาจจะเป็นคู่สร้างคู่สมที่กลายเป็นมาคู่คิด คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า แต่ก็มีไม่น้อยที่เป็นคู่เวรคู่กรรม คู่กัด คู่แข่ง หรือบางครั้งก็เป็นเพียงคู่ขา ที่มาอยู่ด้วยกันเพียงครั้งคราวก็ได้ อย่างไรก็ดี คนโบราณเขาก็พูดถึงผู้หญิงที่ชายจะได้มาเป็นคู่ครอง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามีอยู่ 7 ประเภทด้วยกันคือ?

1. วธกาภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงเพชฌฆาต คือ ภรรยาที่มีจิตคิดทำร้ายสามีของตนอยู่ตลอดเวลา ไม่อนุเคราะห์ช่วยเหลือสามีของตนด้วยประการทั้งปวง สนใจแต่ประโยชน์ของตน ยินดีและลุ่มหลงในชายอื่นที่หล่อหรือรวยกว่า ดูหมิ่นสามีของตน คิดจะขจัดสามีของตนไปไกลๆ หรือฆ่าให้ตายเสีย

2. โจรีภริยา หมายถึง ภรรยาประเภทนี้ อาจจะไม่ร้ายแรงถึงขนาดอยากฆ่าสามีของตน แต่มีสันดานเป็นโจรแก้ไม่หาย รักใคร่ในทรัพย์สินของสามีเพียงเท่านั้น ถึงแม้สามีจะขยันขันแข็งได้ทรัพย์มาโดยทางใด ก็เก็บงำไว้ไม่อยู่ เพราะภรรยาประเภทนี้จะยักยอกทรัพย์ของสามีเสียให้หมด เพื่อความสุขของตัวเองเท่านั้น อาจถึงขั้นปอกลอกให้สามีหมดทรัพย์สินทุกอย่างที่มี ทำให้เป็นหนี้เป็นสิน และจากสามีไป

3. อัยยาภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงนาย กล่าวคือคู่ครองแบบนี้ อาจมีรักมั่นต่อกันอยู่ แต่ผู้เป็นภรรยา จะไม่สนในการงานทั้งปวง เป็นผู้ขี้เกียจ ปากร้าย ปากมาก ชอบใช้กำลัง ชอบข่มเหงสามี กินมากใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มือถึงเท้าถึง ชอบทำร้ายสามี กดขี่ให้สามีเป็นเพียงทาสคนหนึ่ง ผู้เป็นสามีต้องทำงานทุกอย่างและเลี้ยงดูภรรยาประเภทนี้ไปจนจะหมดเวรกรรมต่อกัน หรือตายขาดจากกันไป

4. มาตาภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงมารดา กล่าวคือ ภรรยาประเภทนี้เป็นภรรยาที่ดีมาก ช่วยเกื้อกูลสามีในทุกๆ ด้าน และรักสามีเหมือนลูกคนหนึ่ง ช่วยรักษาทรัพย์ที่สามีหามาไว้อย่างปลอดภัย เป็นภรรยาที่พึ่งพาได้เสมอ ไม่ว่าจะเจ็บไข้ หรือตกอยู่ในความทุกข์ประการใด เป็นภรรยาที่มีความดีงามเสมอกับแม่อย่างแท้จริง

5. ภคินีภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงพี่สาวน้องสาว คือ ภรรยาที่มีความอ่อนน้อมและกิริยาเรียบร้อย พูดจาไพเราะ เป็นเหมือนกับพี่สาวน้องสาวที่ดี มีความเคารพในสามีของตนและพร้อมจะให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง ภรรยาประเภทนี้ มักจะเป็นคนที่ละอายต่อบาป และคล้อยตามความคิดเห็นและอำนาจของสามี มีนิสัยสอดคล้องกับสามีและเข้าใจกันง่ายดุจพี่สาวน้องสาวของสามี

6. สขีภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงสหาย คือ ภรรยาที่มีความเสมอกับสามีเหมือนเพื่อน มีความรักสามีเหมือนรักเพื่อนตายคนหนึ่ง มีความกลมเกลียวพร้อมเพรียงกันดี ไม่มีวันทอดทิ้งกัน คอยอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่เหมือนเพื่อนรัก สามารถช่วยออกความเห็นและปรึกษาเรื่องกิจการงานต่างๆ ได้ และสามีสามารถไว้วางใจให้ภรรยาประเภทนี้ทำงานต่างๆ แทนได้ เพราะเป็นเหมือนเพื่อนยาก ที่มีทั้งความสามารถและความรักต่อกันอย่างไม่เสื่อมคลาย

7. ทาสีภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงทาส คือ ภรรยาที่อยู่ใต้อำนาจของสามีในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะถูกสามีเฆี่ยนตี ขู่ตะคอก ใช้งานหนัก ก็ไม่โกรธ ไม่คิดโต้ตอบสามี เป็นภรรยาที่อดทนในทุกๆ เรื่องของสามี กล่าวคือ หากได้สามีดีก็นับว่าดีไป แต่หากได้สามีที่ไม่ดีเป็นคนเลว ภรรยาประเภทนี้ก็จะถูกข่มเหงรังแก เป็นทาสรับใช้ตลอดไปจนกว่าจะสิ้นเวรกรรมต่อกัน